2005/May/14

วันนี้เขียนเรื่องหนังอีกแล้ว พึ่งมีโอกาสได้ดูเรื่อง Finding Neverland (หลังเขาอีกแล้วชั้น = =') ป๋าเดปป์ในมาดเนี้ยบที่ไม่ได้เห็นมานานมากกกก.....

เนื้อเรื่อง>>

เป็นเรื่องราวของ เจมส์ แบร์ริ่ง นักเขียนบทละคร ผู้เป็นคนแต่งเรื่อง Peter Pan ซึ่งโงดังไปทั่วโลก ในหนังเรื่องนี้จะกล่าวถึงแรงบันดาลใจที่ทำให้เขาแต่งเรื่องปีเตอร์ แพนขึ้น เรื่องเริ่มต้นที่เจมส์ แบร์ริ่งประสบความล้มเหลวในผลงานละครชิ้นล่าสุด แบร์ริ่งจึงจำเป็นต้องแต่งละครชิ้นใหม่โดยเร็ว และเขาก็ได้พบกับแม่หม้ายลูก 4 อย่างซิลเวียร์ การที่ได้พบลูกๆของซิลเวียร์นั้นทำให้แบร์ริ่งมีแรงบันดาลใจในการแต่งบทละครชิ้นใหม่

การที่แบร์ริ่งเข้าไปสนิทกับครอบครัวของซิลเวียร์ ทำให้ภรรยาของเขาไม่พอใจเป็นอย่างมาก เพราะเขาแทบจะไม่มีเวลาให้เธอเลย ในขณะเดียวกันแบร์ริ่งก้พยายามที่จะแก้นิสัยที่โตเกินไปของปีเตอร์ลูกชายคนนึงของซิลเวียร์ในขณะที่ปีเตอร์เปิดใจให้เขา ซิลเวียร์ก็เกิดล้มป่วยขึ้น แบร์ริ่งให้สัญญากับเธอเอาไว้ว่าจะพาเธอไปที่ Neverland และเขาก็ทำได้ เขาให้เธอดูละครที่เขาแต่งโดยได้แรงบันดาลใจมาจากครอบครัวของเธอ

อืมมม...จบแล้ว เขียนแบบรวบรัดไปหน่อย ประมาณว่าขี้เกียจเขียนอ่ะ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นหนังที่สนุกดีนะ ถึงบางตอนจะดูแปลกๆขัดๆไปมั่งก็เถอะ

ภาพตัวอย่าง>>>

2005/May/12

Spoil+Scan DeathNote ตอนที่ 62 จ้า>.< เหอ...เหอ...ช้าไปมากเลย ตอนนี้สแกนตอนที่ 63 คงออกมาแล้วมั้ง^^'

เมื่อตอนที่แล้วจบอยู่ตรงที่มีโทรศัพท์จากเมลโลมาบอกว่าจะขอแลกเดธโน้ตกับตัวยางามิ ซายุ โดยจับตัวซายุไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ผู้เป็นพ่อตื่นตระหนกเมื่อรู้ข่าวของลูกสาว!!!!

จะทำนังไงกันต่อไปล่ะเนี่ย ไลท์วางแผนอะไรอยู่

แปะรูปนี้ให้ช้ำใจเล่น (ชั้นเกลียดนังไลท์!!!!! เอา L คืนมา....)

ถึงเนียร์จำท่าทางเหมือน L ขนาดไหนมันก็แทนที่กันไม่ได้หรอก... (โฮกกกกก L) อืม...ว่าแต่หมอนี่พกรูปเมลโลตลอกเลยเหรอ รึว่าหมอนี่จะ....!!!??

โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง และ....

รูปซายุถูกมัด!!!!!

มุ่งสู่ LA !!!!!!

อืมมม....คราวนี้รูปน้อยจังแฮะ ปกติจะเป็นโหลดนรก ประมาณว่าขี้เกียจตัดต่อ+ย่อไฟล์อ่ะ ไปล่ะ>.<

2005/May/11

เพราะเวลาไม่เคยหยุด>>>

เวลาไม่เคยหยุดเดิน
มันทำตามหน้าที่ของมันอย่างเคร่งครัด
มันไม่เคยหยุดเพื่อรอใคร
ไม่มีใครสำคัญสำหรับเวลา

ถ้าฉันสามารถทำได้อย่างเวลา
ฉันคงสามารถข้ามผ่านเรื่องราวที่เลวร้ายในชีวิตไปได้
อย่างไม่ต้องรีรออะไร
ฉันคงสามารถลืมใครบางคนได้อย่างง่ายดาย
โดยที่ไม่ต้องใช้เวลาเพื่อทำใจ
และฉันคงสามารถก้าวเดินต่อไปตามทางของฉันเองได้
โดยที่ไม่ต้องหยุดเดินเพื่อรอใครบางคนที่ฉันอยากให้มาร่วมทางด้วย

ถ้าฉันสามารถทำได้อย่างเวลา
...ฉันคงเข้มแข็งมากกว่านี้

แต่เพราะว่าฉันเป็นอย่างเวลาไม่ได้
ฉันเป็นเพียงแค่มนุษย์คนหนึ่งบนโลกนี้
มีความรู้สึก มีจิตใจ
ต้องใช้เวลาเพื่อลืมเรื่องเลวร้ายในชีวิต
ต้องใช้เวลาเพื่อลบตัวตนของใครบางคนออกไป
และต้องใช้เวลาเพื่อที่จะลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง

เวลายังคงเดินต่อไป
แม้กระทั่งตอนที่ฉันล้มลงอย่างหมดหนทาง
เวลาก็ยังไม่หยุดเดิน
มันไม่เคยหยุดเพื่อรอใคร
ไม่มีใครสำคัญสำหรับเวลา
และฉันก็คงไม่สามารถเป็นอย่างเวลาได้
เพราะฉะนั้น....
ฉันจึงต้องวิ่งไล่ตามเวลาให้ทัน เพื่อที่ฉันจะได้เข้มแข็งมากกว่านี้


I'm fine>>>

ฉันยังสบายดีอยู่
ในตอนนี้....

ถึงแม้ว่าจะไม่มีเธอคอยช่วยเหลือทุกอย่างอีกแล้ว
ถึงแม้ว่าจะไม่มีเธอคอยฉุดรั้งฉันไว้ตอนที่กำลังจะก้าวพลาดอีกแล้ว
ถึงแม้ว่าจะไม่มีเธอคอยพยุงฉันไว้ตอนที่ฉันล้มลงอีกแล้ว
ถึงแม้ว่าจะไม่มีเธอมาคอยปลอบใจฉันอีกแล้ว
ถึงแม้ว่าคนที่อยู่ข้างกายฉันจะไม่ใช่เธออีกแล้ว
ถึงแม้ว่าที่ข้างกายฉันจะไม่มีใครอีกแล้ว
และถึงแม้ฉันต้องอยู่เพียงลำพังอีกแล้ว

ฉันก็ยังพูดได้เต็มปากว่า...
ฉันสบายดี.


แสงสว่างและความมืด>>>

ในใจมนุษย์ทุกคน
ต่างก็มีแสงสว่างและความมืดมิดอยู่เคียงคู่กัน
เหมือนกับแสงก็ต้องมีเงา
เชื่อว่าไม่มีคนคนไหนหรอกที่จะมีแต่แสงสว่าง
ทุกคนมีสิ่งที่เรียกว่า 'ด้านมืด' ในใจตัวเองทั้งนั้น
เพียงแต่....
จะมีความมืดในจิตใจมากหรือน้อยก็เท่านั้น
แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นมนุษย์
ก็จำเป็นต้องหัดบังคับแสงสว่างและความมืดในตัว
ในอยู่ในปริมาณที่เท่าเทียมกัน
ถ้าไม่สามารถเพิ่มแสงสว่างในใจตนเองให้เพิ่มขึ้นได้
ก็อย่าดันให้ความมืดในจิตใจมันเพิ่มออกมา
ถ้าหากว่ายังเป็นมนุษย์
ก็จงอย่าให้ความมืดในจิตใจเข้ามาครอบงำ
อย่าสร้างปีศาจในจิตใจขึ้นมาทำร้ายคนรอบตัว


เป็นบทความที่แต่งลงในได เอามาลงในบล็อคเพราะไม่มีอะไรทำ ^^' วันที่ 16 พ.ค. ก็จะเปิดเทอมแล้ว ตอนเปิดเทอมคงไม่โอกาสได้อัพบล็อคบ่อยๆ แต่จะพยายามมาอัพวันเว้นวัน พรุ่งนี้ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดจะอัพ Spoil DeathNote ตอนที่ 62

ไปล่ะ>.<